Tuesday, 14 July 2015

เป็นโรคไต!!รู้ได้อย่างไร?

รู้ได้อย่างไร?ว่าเป็นโรคไต!!


          โดยทั่วไปจะไม่มีอาการบอกให้รู้ล่วงหน้า จึงเป็นโรคที่น่ากลัว เป็นเพชฌฆาตมืดที่คุกคามชีวิตผู้คนอย่างเลือดเย็น
เปรียบเสมือนเราพาทหารไปรบ รบเสียรี้พลไปไม่กี่คน จะไม่รู้สึกว่าเสียกำลังพล ต่อเมื่อการสูญเสียบ่อยครั้งหรือเสียทีละมากๆ จึงจะรู้สึกว่ากำลังพลร่อยหรอลง หรือสู้รบเสียทีละมากๆ จึงจะใจหายว่าเราได้เสียกำลังพลไปมาก เช่นเดียวกัน หน่วยกรองไตที่เสียหายไปเล็กน้อย จะไม่รู้สึกอะไร ต่อเมื่อเสียหายมากขึ้นเรื่อยๆ หรือเสียหายมากๆ อย่างเฉียบพลันจึงจะปรากฏอาการให้เห็น ถึงตอนนั้น หน่วยกรองไตได้รับความเสียหายไปมากแล้ว
           ความเสียหายของหน่วยกรองไต ไม่อาจฟื้นกลับมาได้ เพราะไตไม่อาจซ่อมแซมให้ฟื้นคืนดังเดิมได้ เช่นเดียวกับประสาท ดังนั้น การป้องกันไม่ได้เกิดโรคไต จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง แต่ถ้าเราสามารถสังเกตพบได้ในระยะเริ่มต้น ตรวจเช็คร่างกายเป็นประจำแล้วพบหมอให้เร็ว จะเท่ากับเราชะลอความเสียหายของหน่วยไตให้ช้าลง เท่ากับติดเบรกให้รถเพื่อชะลอความเร็วไว้บ้างเวลาลงเขา จะได้ไม่ลงเร็วจนเกินไป
          สังเกตว่าเป็นโรคไตหรือไม่ จาก
thaihealth_c_abcehlmvy456



         1.จากปัสสาวะ – กลิ่น มีกลิ่นฉุนมากหรือไม่ ปกติปัสสาวะใหม่ๆ ของคนปกติจะมีกลิ่นอ่อนๆ หากเมื่อไรที่กลิ่นฉุนมาก และเป็นต่อเนื่องหลายวัน ต้องไปพบแพทย์ ถ้าฉุนเพราะกินอาหาร ผ่านไปวันสองวันก็จะหาย
              – สี ขาวใส หรือขุ่นเข้ม ปกติตอนเช้าปัสสาวะจะต้องมีสีเข้มนิดหน่อย เพราะกลางคืนดื่มน้ำน้อย พอสายๆ จะใสบ้าง แต่ก็ต้องเหลืองน้อยๆ ถ้าปัสสาวะบ่อยแล้วขาวใสมากทั้งวันทั้งคืน แสดงว่าไตกรองของเสียออกไม่ได้ ออกแต่น้ำ ผู้ป่วยโรคไตที่มาหาเราที่คลินิกท่านหนึ่งก็เป็นเช่นนี้ ปัสสาวะวันหนึ่งหลายสิบครั้ง กลางคืน 4-5 ครั้ง ใสอย่างเดียว ไม่มีสีอะไรเลย พอตรวจค่าของเสียในไตในเลือดสูงถึง 7 ดังนั้น ตลอดเวลาที่เขายังมีชีวิตอยู่จะไม่มีอาการบวมที่ตัว ที่ขามากนัก จะมีบ้างก็บวมที่เปลือกตาบน
รู้ว่าเป็นโรคไตได้อย่างไร? thaihealth- จำนวนครั้งมากหรือน้อย คนปกติกลางวัน 4-8 ครั้ง กลางคืน 1-2 ครั้งถือว่าปกติ ถ้า 10-15 ครั้งขึ้นไป กลางคืนถ้า 3 ครั้งขึ้นไป ต้องหาหมอ เพราะถ้าปัสสาวะบ่อยครั้ง สะท้อนถึงว่าหน่วยกรองไตได้รับความเสียหาย โดยปกติแล้วเมื่อหน่วยไตกรองออกมา ท่อไตจะจัดแบ่ง ดูดเก็บของดีกลับคืนไป ส่วนของเสียจะส่งเข้าสู่กรวยไตให้ส่งต่อไปยังกระเพาะปัสสาวะ แต่เมื่อหน่วยไตเสียหาย ที่ควรเก็บ เก็บไม่หมด ที่ควรขับ ขับไม่หมด กลางคืนควบคุมปัสสาวะไม่อยู่ หรือกระทั่งกลางวัน จึงปัสสาวะบ่อย บางคนต่อมลูกหมากโตจะมีอาการปัสสาวะออกยาก ปัสสาวะขัง ดันขึ้นบน ย้อนไปขังที่ไต ทำให้ไตอักเสบได้ หรือผู้ที่อั้นปัสสาวะบ่อยๆ ปัสสาวะขังดันขึ้นที่ไต ก็ทำให้ไตอักเสบได้เช่นกัน
             – ปัสสาวะปริมาณมากหรือน้อย ปกติปัสสาวะแต่ละวันต้องมีประมาณวันละ 1500 ซีซี ดื่มน้ำเท่าไรควรออกมาเท่านั้น ดังนั้น วันหนึ่งต้องมีปัสสาวะไม่ต่ำกว่า 400 ซีซี จึงจะสามารถขับพิษที่ร่างกายไม่ต้องการออกไปจากร่างกายได้
             – แต่ผู้ป่วยบางคนจะมีปัสสาวะมาก ปัสสาวะบ่อย – มีฟองหรือไม่ ถ้ามีฟองมักจะมีโปรตีนรั่ว หน่วยไตเสียหายทำให้ดูดกลับโปรตีนไม่หมด ทำให้ปัสสาวะเป็นฟองเยอะ
             – ปัสสาวะมีเม็ดเลือดแดง อาจมาจากไตอักเสบ นิ่วในไต เนื้องอกในไต กระเพาะปัสสาวะอักเสบเฉียบพลัน หรือให้เลือดผิด เม็ดเลือดแตก อุดตันหน่วยไตและท่อไต
14061910263638

         2.ปวดเอว เอวที่ว่านี้อยู่ที่ 'เขตไต' เขตไตอยู่ที่ไหนให้คุณเอามือทั้งสองข้างเท้าสีข้าง ให้นิ้วโป้งอยู่ด้านหน้า 4 นิ้วอยู่ด้านหลัง ยกแขนขึ้นให้สูงที่สุดเท่าที่จะยกได้ ตรงนั้นแหละคือเขตไต ผู้ป่วยโรคไตจะปวดเมื่อยที่นั่น เวลาให้กำปั้นหลวมๆ ทุบเบาๆ จะรู้สึกเจ็บ
สำหรับปวดเอวบริเวณเข็มขัดนั้น ส่วนมากจะมาจากการทำงานมาก นั่งมาก ยกของหนักมาก แผนจีนจะมองว่าเกิดจากไตอ่อนแอ ทำให้ปวดเอวได้ง่าย ปวดเอวเช่นนี้ใช้ยาจีนบำรุงไตได้ผลดี ซึ่งหมอจีนเองต้องจำแนกกับโรคไตให้ดี
01_27

        3.บวม เริ่มแรกจะชอบบวมที่เปลือกตาบนจากน้อยๆ จนค่อยๆ มากขึ้นตามความหนักหน่วงของหน่วยไตที่ถูกทำลาย มักจะบวมตอนตื่นนอนเช้า จากนั้นค่อยบวมไปที่ข้อเท้า มาที่ขาท่อนล่าง แล้วค่อยลามไปทั่วตัวตามความหนักของโรค แต่บางคนที่มีปัสสาวะมากจะไม่ค่อยบวมมากนัก แค่บวมพอให้มองเห็นว่าเปลือกตาบนและข้อเท้าบวม
thaihealth_c_bhikpstuwyz8

        4.โลหิตจาง บางครั้งเราจะมองข้ามเรื่องโลหิตจาง มักจะคิดว่าเกิดจากเม็ดเลือดแดงน้อย ลืมคิดถึงเรื่องโลหิตจางจากโรคไต ผู้เขียนจำได้ไม่ลืมในสมัยเรียนหมอที่เซี่ยงไฮ้ มีผู้ป่วยหญิงท่านหนึ่งโลหิตจางมารักษาที่โรงพยาบาลที่กำลังฝึกงานอยู่ ปกติจะมาที่ โอ พี ดีเป็นประจำ โดยคุณหมอวินิจฉัยว่าเป็นโรคโลหิตจาง ให้กินยาบำรุงเลือดมาตลอดเป็นเวลาหลายปี วันหนึ่งสามีเธอพามาโรงพยาบาลอย่างกะทันหัน ด้วยอาการเวียนศีรษะ อาเจียน หมดสติ รักษาอยู่โรงพยาบาล 7 วัน เธอก็เสียชีวิต ก่อนจะสิ้นลม ลมหายใจของเธอมีกลิ่นฉุนปัสสาวะมาก อาจารย์บอกว่านี่คือไตวายจากปัสสาวะเป็นพิษ จากเรื่องนี้ทำให้คิดอยู่เสมอว่า ผู้ที่โลหิตจาง ซีดเซียว ควรต้องตรวจการทำงานของไตอยู่เป็นประจำ
ผู้เขียนเคยรักษาผู้ที่ค่าของไตสูง ประมาณ 2 กว่าๆ แล้วเอาลงมาจนปกติได้ มีบางคน 4 กว่า ลงมาถึง 2 แต่เข้าใจว่าโรคไตไม่อาจกลับไปเหมือนเดิม ไม่หายขาด หากไม่รักษาต่อเนื่อง ขาดช่วง หรือกินอาหาร ใช้ชีวิตไม่ระวัง โรคก็เดินหน้า เร็วขึ้นหรือช้าขึ้นอยู่กับตัวผู้ป่วยเองด้วย โดยเฉพาะเรื่องอาหารการกิน ผู้ป่วยโรคไตจะกินอาหารได้จำกัดมาก
b36p293a

        5.ปัสสาวะมีโปรตีนรั่ว ในคนปกติมีโปรตีนในปัสสาวะเพียงเล็กน้อย จึงตรวจไม่พบ แต่หากตรวจพบมีโปรตีนรั่วในปัสสาวะ คือความผิดปกติ ที่เกิดจากโรคและเกิดจากความเปลี่ยนแปลงทางสรีระ โดยทั่วไปหากมีโปรตีนในปัสสาวะมักจะเป็นข้อบ่งชี้ว่าเกิด 'โรคไต' ขึ้นแล้ว ต้องตรวจเพิ่มให้ละเอียด และทำการรักษาแต่เนิ่นๆ
แต่ก็มีที่เกิดจากสรีระธรรมดา ชั่วคราว เล็กน้อย ไม่ใช่เพราะเป็นโรค เช่น เป็นไข้ หรือออกกำลังกายหนักหรือทำงานหนัก ทำงานท่ามกลางอุณหภูมิสูง อยู่ท่ามกลางอากาศหนาวจัด อารมณ์ผันผวนมาก ทำให้ประสาทอัตโนมัติสับสน การไหลเวียนของเลือดในไตเกิดการเปลี่ยนแปลง

ขอขอบคุณสำหรับเนื้อหาจาก : thaihealth

Tuesday, 7 July 2015

น่าสนใจ อาการของโรค เเละ วิธีรักษา

เมื่อวานไปเจอบทความอันหนึ่งมัน เเพร่อยู่ในเน็ต  เห็นเเล้วน่าสนใจ  จึงก็อปเอามาฝาก
อาการบอกเหตุ...เรื่องที่ไม่ควรมองข้าม
การสังเกตอาการที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันอาจบ่งบอกถึงความผิดปกติต่างๆเบื้องต้นได้ แต่ควรหาสาเหตุที่แท้จริง จึงจะแก้ปัญหาได้ถูกจุด อาการบางอย่าง อาจเกิดจากสาเหตุต่างกัน แต่มีอาการเหมือนกัน เช่น...
- อาการนอนไม่หลับ
อาจเกิดจากถุงน้ำดีข้น หรือ กระดูกคอข้อที่ 1 เคลื่อน หรือเลือดไม่ค่อยเลี้ยงหัวใจ เนื่องจากเป็นคนตื่นเต้นบ่อย
- ผิวหยาบ มีขี้แมลงวัน มีติ่ง หูด ตาปลา
สาเหตุมาจากลำใส้ใหญ่สกปรก
- ปัสสาวะมีกลิ่นแรง กลิ่นฉุนมาก เกิดจากไตไม่ดี ต่อมลูกหมากโต มีปัสสาวะคั่งค้าง
ให้กินแกนสัปปะรด 3 แกน ทุกวันเป็นเวลา 7 วัน และดื่มน้ำกระชาย
- ปวดนิ้วก้อย บอกถึงระบบความร้อนบกพร่อง ร่างกายถูกความเย็นตอน 3 – 5 ทุ่ม
เช่นอาบน้ำเย็น ตากแอร์ เพราะเป็นเวลาที่ร่างกายต้องการความอบอุ่น
- ปวดใต้ฝ่าเท้า หมายถึงปอดไม่แข็งแรง
- ปวดเข่า
ปวดด้านนอก ขึ้นมาถึงสะโพก หรือโคนขา หมายถึงถุงน้ำดีข้น ดื่มน้ำน้อยไปหรือระบบดูดซึมไม่ดี
อันมาจาก การกินของผัดน้ำมันพืช น้ำมันพืชที่ถูกความร้อนจะแปรสภาพเหนียวเกาะที่ลำไส้ ทำให้สารอาหารและน้ำซึมผ่านไม้ได้
ปวดด้านหน้า หมายถึง กระเพาะอาหารไม่ดี กินอาหารไม่ตรงเวลา หรือมีความวิตกกังวลบ่อย
ปวดด้านใน (ด้านที่เข่าชนกัน) หมายถึงปัญหาจาก ม้าม / เบาหวาน / อ้วน / ตับ /
กินหวาน / ขี้โมโห / มีสารพิษ / ไต / กินรสจัด / หรือกินอาหาร ผัดน้ำมัน
ปวดตามข้อ ปวดเข่า ให้ตื่นเช้าเอาน้ำเย็นรดตามข้อ สลายหินปูนเกาะได้
กระตุ้นการขับถ่ายด้วย
- ปวดสะบัดหลัง ปวดเอว หมายถึงถุงน้ำดีข้น ต้องล้างระบบดูดซึม
- ปวดกล้ามเนื้อหน้าอก อาจเกิดจากปัญหา หัวใจ หรือไต หรือกระเพาะอาหารไม่แข็งแรง
- มีอาการตึงใต้ราวนมขวา หมายถึงน้ำเหลืองไม่ดี สาเหตุมาจากมีอุจจาระตกค้างมาก
หรือถ่ายไม่หมดเป็นประจำ ให้หาทางระบายและกินขมิ้นชันตอนเช้า 9 โมง ช่วยเรื่องน้ำเหลืองให้ดี
- ปวดหลังมาจาก ท่านั่งไม่ถูกต้อง หรือ ความชื้นเข้าผิวหนัง หรือเพราะความวิตกกังวล
หรือ เป็นนิ่ว ลมในท้องเยอะ ดันกรวยไตให้งอ
- ปวดด้านข้างนอกฝ่าเท้า เป็นอาการของตับไม่ดี ถุงน้ำดีข้น นอนไม่หลับ ปวดหู ไมเกรน
- กดกลางฝ่ามือ ถ้าเจ็บ หมายถึง หัวใจโต เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ
- กดใต้นิ้วชี้ ถ้าเจ็บ หมายถึง ระบบย่อย ตับ กระเพาะไม่ดี
- กดใต้ร่องนิ้วนาง กับก้อย ตรงเส้นหัวใจ ถ้าเจ็บ หมายถึง
กล้ามเนื้อหัวใจไม่แข็งแรง
- นิ้วกลางล็อค หมายถึงมีไขมันในเลือดมาก ต้องกินน้ำกระเจี๊ยบ-พุทราจีน
เกิดจาก ตื่นเต้นบ่อย กินอาหารคอเลสเตอรอลสูง กินของหวานที่มีน้ำตาลมาก
- ปวดข้อมือใต้นิ้วโป้ง หมายถึงการมีอุจจาระค้างในลำใส้ใหญ่มาก
ควรแก้ใขด้านการขับถ่าย การมีอุจจาระค้างมากอยู่เสมอยังเป็นสาเหตุของกลิ่นปาก
กลิ่นตัว และอาจจะไปรบกวนการทำงานของตับอ่อนในการผลิตอินซูลิน อันเป็นต้นเหตุหนึ่งของเบาหวาน
- ตากุ้งยิง แก้โดยการดูที่แผ่นหลังจะมีเม็ดคลายหัวสิวเกิดขึ้น
ให้สกิดอ่อนแล้วตากุ้งยิงจะหายไปเอง
- มือสั่น เกิดจากมีน้ำมันเกาะลำไส้มาก ซึ่งอาจเกิดจากกินอาหารผัดน้ำมันพืช หรือตื่นเต้นบ่อย
- เล็บ มีดอก หมายถึงเลือดจาง
- เหงื่อออกง่าย เหงื่อออกฝ่ามือ ตัวเย็น เกิดจากหัวใจไม่แข็งแรง
หรือฮอร์โมนไม่ปกติ ดื่มน้ำกระชาย กินหัวใจหมูต้ม ข้าวเหนียวกับลำไยแห้ง ช่วยบำรุงหัวใจ
- ขี้ร้อน เกิดจาก ไตซ้ายเสื่อม กระทบถึง สมองซีกขวา ซึ่งทำหน้าที่เกี่ยวกับการจินตนาการ ศิลปะหรือขาด
ฮอร์โมนเอสโตรเจน หรือถูกความเย็นตอน 3 ทุ่ม – 5 ทุ่มระบบความร้อนในร่างกายบกพร่อง
- ขี้หนาว - หมายถึงไตขวาเสื่อม จะกระทบถึงการทำงานของ
สมองซีกซ้ายที่ทำหน้าที่เก็บความจำ คำนวณ จับประเด็น สาเหตูจากถูกความเย็นตอน 3 – 5ทุ่ม
- ถ้าหิวแล้ว มีอาการหิวจัด ทนไม่ได้ อาจกำลังจะเป็นเบาหวาน
- เหน็บชา ตามแขน ขา เกิดจากเลือดไหลเวียนไม่ดี หรือมีพยาธิ เลือดน้อย
หรือไม่กินข้าวซ้อมมือ น้ำชีวภาค ดีกว่ากระชาย
- ตะคริว สาเหตุมาจากหัวใจไม่แข็งแรง ให้งดกิน ถั่ว ข้าวเหนียว ของดอง
ตะคริวบก ขาดโปรแตสเซียม ให้กินผลไม้สดมากๆ
ตะคริวน้ำ ให้ดื่มน้ำเกลือ (เกลือแกงป่น 1 ช้อนชา ละลายน้ำอุ่นดื่ม)
- ไม่กินอาหารเช้า จะทำให้ สมองเสื่อม ผมร่วงง่าย หน้าแก่เร็ว คออักเสบง่าย ร้อนใน
ปวดไหล่ กล้ามเนื้อเหลว กระดูกคอ กระดูกสะโพกเคลื่อนง่าย เข่าไม่ดี น่องเหลว น่องทู่ ปวดข้อเท้า วิตกง่าย ขี้โมโห
- กลิ่นตัว เกิดจากลำใส่ใหญ่สกปรก มีสิ่งตกค้างมาก ซึมเข้าระบบเลือด และออกทางเหงื่อ ปาก และลมหายใจ
- อัมพฤษ อัมพาต ส่วนใหญ่เกิดจากท้องผูก การขับถ่ายไม่ดี ประกอบกับเส้นเลือดตีบ
เวลาเบ่งอุจจาระจะเพิ่มอันตรายจากการคั่งของเลือด ทำให้เกิดเส้นเลือดตีบตัน หรือแตก
หมดความรู้สึกและล้มลง (มักเข้าใจผิดว่าหกล้มก่อนแล้วเส้นเลือดแตก)
ควรป้องกันด้วยการดื่มน้ำกระเจี๊ยบ พุทราจีน ขยายหลอดเลือด หรือกินข้าวต้มน้ำมะละกอ
7-10 วัน อาการจะดีขึ้น (วิธีการทำข้าวต้มน้ำมะละกอ นำมะละกอดิบครึ่งลูกตัดจุกออก เอาเม็ดออก หั่นพร้อมเปลือกเหมือนฟัก ต้มน้ำเคี่ยวจนนิ่ม เอาแต่น้ำมาต้มข้าวต้ม ถ้าใช้ข้าวกล้องยิ่งดี จะใส่ใบเตยด้วยก็ได้ กิน 3 มื้อทุกวัน)
- อวัยวะที่สัมพันธ์กัน - ริมฝีปากกับม้าม ถ้าใช้ลิปสติกที่มีสารเคมี
จะทำให้ม้ามไม่แข็งแรง ผลิตไขมันมาก ทำให้อ้วน
- หูกับไต หูไม่ดี ไม่คอยได้ยิน เป็นการแสดงถึงไตไม่แข็งแรง
- ลิ้นกับหัวใจ อาการของลิ้น บ่งบอกถึงความไม่แข็งแรงของหัวใจ
- สายตา กับตับ รวมถึงเส้นผม และเส้นเอ็น ตับไม่แข็งแรงจะทำให้สายตาเสื่อมโทรม ผมหงอก และเส้นเอ็นหย่อนยาน