Friday, 19 June 2015

อาการของเด็กที่เป็นโรคเเพ้พัดลม

จากการเฝ้าสังเกตุของผม เกี่ยวกับ อาการของเด็กที่เป็นโรคเเพ้พัดลม
อาการที่พบส่วนใหญคือ
1.เด็กจะซน มาก จะไม่ยอมอยู่นิ่งเลย หรือที่เราเรียกว่าเด็กดื้อ
สาเหตุคงเป็นที่เด็ก มีความชื้นที่ปลอดมาก เเละรู้สึกไม่สบายตัว
จึงเเสดงออกมาด้วยอาการซน
อันนี้ผมไม่ได้พูดมั่วนะผมเฝ้าดูอาการหลานของผมเพื่อลดอาากรเเพ้พัดลม
ของเขามาอย่างต่อเนื่อง
เเละส่วนใหญ ที่เ็ด็กเป็นโรคนี้คือ การเป่าพัดลมจี้ไปที่ตัวเด็กเวลานอนอยู่ตลอดเวลา
ธรรมชาติของคน เวลานอน พักผ่อน ร่างกายจะขับของเสีย ทางผิวหนังผ่านทางเหงื่อ
เเละการขับเหงื่อคือการควบคุมอณภูมิในร่างกายเราให้ปกติด้วย เเต่ เมื่อเราทำให้ตัวเราเย็นอยู่
ตลอดเวลาด้วยพัดลม  การขับเหงื่อจึงผิดเพี้ยน อุณภูมิในร่างกายต่างจากอากสรอบกาย
2.เด็กจะมีอาการเเพ้อากาศอยู่ตจลอดเวลา

Saturday, 13 June 2015

สัส จับตัวได้1โรคละกู โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์

14/6/58
11.40
ถึงว่าผมมีอาการปวดข้ออยู่เนือง  เดินเหินลำบาก

นิจฉัยโรครูมาตอยด์และการรักษา
ผู้ป่วยที่เริ่มเป็นโรคนี้วินิจฉัยค่อนข้างยากเนื่องจาก อาการของผู้ป่วยแต่ละคนไม่เหมือนกัน ไม่สามารถวินิจฉัยได้จากการตรวจเลือดเพียงอย่างเดียว นอกจากนี้อาการปวดข้อก็เหมือนกับอาการปวดข้อของโรคอื่นการวินิจฉัยต้องประกอบด้วย

  • ประวัติการเจ็บป่วย การให้ประวัติที่ดีจะช่วยให้วินิจฉัยเร็วขึ้น เช่นประวัติเจ็บข้อ ประวัติข้อแข็งในตอนเช้า การเปลี่ยนแปลงการทำงานของข้อ
  • การตรวจร่างกาย แพทย์จะตรวจดูว่ามีการอักเสบของข้อหรือไม่ ตรวจกำลังของกล้ามเนื้อ ตรวจผิวหนัง
  • ตรวจเลือดแพทย์มักจะเจาะหา rheumatoid factor,ESR(the erythrocyte sedimentation rate),CBC
  • X-ray ว่าข้อมีการทำลายหรือยัง

เกณฑ์การวินิจฉัยต้องพบอย่างน้อย 4 ข้อ
  1. ข้อขยับลำบากมากว่า 1 ชั่วโมง
  2. ข้ออักเสบมากกว่า 3 ข้อ
  3. มีการอักเสบของข้อมือ หรือนิ้วมือ
  4. ข้ออักเสบเป็นทั้งสองข้าง
  5. พบ rheumatoid nodule
  6. ตรวจเลือดพบ rheumatoid factor
  7. x-ray เข้าได้กับ rheumatoid
 เป้าประสงค์ของการรักษา
  • ระงับอาการเจ็บปวด (Relieve pain)
  • ลดการอักเสบ (Reduce inflammation)
  • ลดการทำลายของข้อ( Stop joint damage)
  • เพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย (Improve sence of well- being)
วิธีการรักษา

การรักษา
Lifestyle เป็นการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเพื่อทำให้สามารถทำงานได้และมีคุณภาพชีวิตที่ดี ได้แก่
  1. การออกกำลังกายและการผักผ่อน Rest and exercise ต้องมีความสมดุลระหว่างการออกกำลังกายและการผักกล่าวคือเมื่อโรคกำเริบก็ให้ผัก เมื่อโรคสงบไม่มีอาการก็ให้ออกกำลังการ การผักเพื่อลดการอักเสบ ลดอาการปวด และควรจะผักให้สั้นที่สุด การออกกำลังจะช่วยให้ข้อแข็งแรงมากขึ้น ลดการอักเสบ หลับได้ดีขึ้น
  2. การดูแลข้อ ช่วงที่ปวดอาจจะใส่ splint เพื่อลดอาการปวดและทำให้ข้อได้ผัก นอกจากนั้นอาจต้องใช้อุปกรณ์อื่นเพื่อช่วยผู้ป่วยในการดำเนินชีวิตประจำวัน แพทย์ทางกายภาพบำบัดจะแนะนำท่านในการจัดหาอุปการณ์ดังกล่าว
  3. การลดความเครียด เนื่องจากโรคนี้เป็นโรคเรื้อรังไม่หายผู้ป่วยมักจะหมดหวังกับชีวิต หมดกำลังใจในการทำกายภาพ แพทย์รวมทั้งญาติต้องให้กำลังใจผู้ป่วย และคอยดูแลเพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง
  4. อาหาร ยังไม่หลักฐานว่าอาหารจะช่วยในการรักษาแต่อย่างไรก็ตามต้องอย่าให้อ้วน อาหารควรมีแคลเซี่ยมเพียงพอ
  5. อากาศ ผู้ป่วยบางรายจะเกิดอาการกำเริบเมื่อพบกับอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างเฉียบพลันดังนั้นควรหลีกเลี่ยง
เนื่องจากโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์จะเป็นๆหายๆ บางครั้งผู้ป่วยก็ทราบล่วงหน้าว่าโรคจะกำเริบ แต่บางครั้งไม่ทราบทำให้เป็นปัญหาในการวางแผนชีวิต ช่วงที่เป็นปรกติผู้ป่วยส่วนใหญ่จะทำงานได้อย่างมากเพื่อชดเชยช่วงที่ป่วยซึ่งจะกระตุ้นให้โรคกำเริบ ดังนั้นผู้ป่วยต้องปรับการทำงานเพื่อมิให้โรคกำเริบ
การป้องกันโรคกำเริบ
หากผู้ป่วยสังเกตว่าโรคกำลังจะกำเริบให้พักผ่อนสักสองสามวัน อ่อนกำลังกายเล็กน้อยเพื่อป้องกันข้อติด และรับประทานยาแก้ปวดหรือแก้อักเสบ ประคบร้อนหรือเย็นจะทำให้โรคหยุดการกำเริบ หากมีการกำเริบบ่อยก็ต้องปรึกษาแพทย์
การออกกำลังกาย
ความสมดุลของการออกกำลังกายและการพักผ่อนจะลดการกำเริบ การพักผ่อนจะลดการอักเสบของข้อและลดการปวด ในขณะการออกกำลังจะทำให้กล้ามเนื้อมีกำลังเพิ่มขึ้น และลดการเกิดข้อติด การออกกำลังกาย
อาหารและโรครูมาตอยด์
ยังไม่มีหลักฐานว่ามีอาหารที่จะใช้รักษาโรครูมาตอยด์ แต่มีหลักฐานว่าอาหารบางประเภทอาจจะช่วยรักาาอาการ
  • การรับประทานอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวมากจะทำให้เกิดการกำเริบของโรค ดังนั้นควรจะหลีกเลี่ยงอาหารไขมันอิ่มตัว
  • น้ำมันปลาหากรับประทาน 1.5 กรับต่อสัปดาห์จะลดการอักเสบ
  • การรับประทานวิตามินซี
อาหารเสริมจะช่วยลดอาการได้หรือไม่
ยังไม่หลักฐานว่าอาหารเสริมจะรักษาโรคนี้ แต่พอจะมีข้อมูลว่าอาจจะช่วยบรรเทาโรคเช่น
  • น้ำมันปลา
  • evening primrose oil
  • borage seed
  • ฝังเข็ม
  • การนวด
Homeopathy ไม่สามารถลดอาการปวดจากโรครูมาตอยด์
การนอนหลับ
หากนอนไม่พออาจจะให้โรคกำเริบ
  • หากมีอาการปวดก็อาจจะอาบน้ำอุ่น หรือรับประทานยาแก้ปวดก่อนนอน
  • ตรวจสอบเตียงนอนต้องไม่นุ่มหรือแข็งเกินไป มีอาการปวดคอหรือไหล่หลังตื่นนอนหรือมไ่
  • งดดื่มชา กาแฟ สุรา หรือสูบบุหรี่ก่อนนอน
  • การออกกำลังสม่ำเสมอจะช่วยทำให้นอนหลับดีขึ้น
หากตื่นมาตอนเช้ามีอาการข้อยืดหรือเคลื่อนไหวลำบากให้ทำการยืดเส้นดังต่อไปนี้
นอนหงายและดึงเข่าข้างหนึ่งให้ชิดหน้าอกให้นับช้าๆถึงห้ และเปลี่ยนข้างให้ทำข้างละ 5 ครั้ง
นอนหงาย งอที่เข่าและเหยียดขาข้างหนึ่งดังรูป นับหนึ่งถึงห้าทำข้างละ 5 ครั้ง
นอนราบตั้งเข่าขึ้น และบิดเข่าไปด้านซ้ายและขวาให้ค้างไว้ 10 วินาทีต่อข้างทำซ้ำข้างละ 3 ครั้ง

ข้อมูลจาก
http://www.siamhealth.net/public_html/Disease/rheumatoid/ra/TREATMENT.htm#.VX0DsPntmko

กินถั่วทำให้ปวดเข่า?

14/6/58
10.30
ผมหยุดกินถั่วมาได้สอง สิ่งที่ผมสังเกตุเห็นคือ อาการปวดเข่า ผมลดความรุนเเรงลง
การกินถั่วกับการปวดเข่า มันเกี่ยวกันอย่างไร ผมไม่รู้หรอกเพราะใอ้หมอเหี้ยมันไมบอก
ถามกี่ครั้งมันก็ไม่บอก ไอ้เหี้ย หมอ ไอ้หมอเหี้ย ไอ้หมอเหี้ย
สิ่งที่ผมต้องทำ หาสเหตุ มาตอบขอ้สงสัยของผมให้ได้  เเป็ปนึงเดี๋ยวมา
11.11
ได้มาเเหละ  ข้อมูล ตรงกับที่ผมสงสัยพอดี ผมเลยก็อบข้อมูลมาให้อ่านครับ ขอบคุณข้อมูลดีๆ

รองศาสตราจารย์ วิมล ศรีศุข 
ภาควิชาอาหารเคมี คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

บทความเผยแพร่ความรู้สู่ประชาชน


กินอะไร เลี่ยงอะไร ในโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ (rheumatoid)


โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ (Rheumatoid arthritis)เป็นความผิดปกติเรื้อรัง ซึ่งระบบภูมิคุ้มกันรุกรานเนื้อเยื่อในร่างกายหลายแห่งโดยเฉพาะส่วนข้อ ทำให้เกิดการอักเสบและทำให้ข้อเสื่อม  อาการแบ่งเป็น 2 ระยะ คือ ระยะที่ไม่มีอาการ ผู้ป่วยจะรู้สึกสบายดี ส่วนระยะที่อาการกำเริบ ผู้ป่วยจะมีอาการเมื่อยล้า เบื่ออาหาร มีไข้ต่ำๆ ปวดกล้ามเนื้อและข้อ  กล้ามเนื้อและข้อเกร็ง(พบมากในช่วงเช้า) ข้อเปลี่ยนเป็นสีแดง บวม ปวด นิ่ม โดยทั่วไปจะเกิดขึ้นทั้ง 2 ข้างของร่างกายสมดุลกัน มักเกิดกับข้อเล็ก  หากทิ้งไว้เรื้อรัง จะลุกลามมีผลทำลายอวัยวะอื่นๆ เช่นปอด หัวใจ เม็ดเลือด ทำให้ต่อมน้ำตาฝ่อ ตาแห้งฝืด ฯลฯ 

จะรับประทานอาหารอะไรได้บ้างที่ไม่มีผลทำให้อาการกำเริบ?
อาหารที่ไม่มีผลกระตุ้นให้เกิดอาการปวดข้อ ที่มีบทความต่างประเทศแนะนำไว้ ได้แก่
  • ข้าวกล้อง
  • ผลไม้ที่ผ่านความร้อน หรือทำแห้ง ได้แก่ เชอรี่ แครนเบอรี่ ลูกแพร์ ลูกพรุน (ยกเว้น ผลไม้ตระกูลส้ม กล้วยลูกพีช หรือมะเขือเทศ)
  • ผักสีเขียว เหลือง และส้ม ที่ผ่านความร้อน ได้แก่ หัวอาร์ติโช้ค หน่อไม้ฝรั่ง บร็อคโคลี่ ผักกาดแก้ว ผักโขม ถั่วฝักยาว มันเทศ มันสำปะหลัง และเผือก เป็นต้น
  • น้ำ ได้แก่ น้ำธรรมดา หรือ โซดา
  • เครื่องปรุงรส ได้แก่ เกลือปริมาณปานกลาง น้ำเชื่อมเมเปิ้ล และสารสกัดวานิลา

ควรหลีกเลี่ยงอาหารอะไรบ้าง?
อาหารที่มีผลกระตุ้นให้อาการกำเริบ คือ ผลิตภัณฑ์นมทุกชนิด ทั้งจากนมวัวและนมแพะข้าวโพด เนื้อสัตว์ทุกชนิด ข้าวสาลี ข้าวโอ๊ต ข้าวราย ไข่ ผลไม้ตระกูลส้ม มันฝรั่ง มะเขือเทศ ถั่ว กาแฟ

อาหารอื่นที่อาจจะรับประทานได้ หรือควรจะหลีกเลี่ยงเพิ่มเติม มีอะไรบ้าง?
อาหารบางชนิดที่อาจจะกระตุ้นให้อาการกำเริบได้ในบางคน แต่ไม่กระตุ้นอาการในคนกลุ่มใหญ่ เช่น เครื่องดื่มอัลกอฮอล์ กล้วย ช็อกโกแล็ต มอลต์ ไนเตรต หอมใหญ่ ผลิตภัณฑ์ถั่วเหลือง น้ำตาลอ้อย และเครื่องเทศบางชนิด

http://www.pharmacy.mahidol.ac.th/th/knowledge/article/4/%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A-%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%9A-%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%94%E0%B9%8C-rheumatoid/

Friday, 12 June 2015

ปวดเข่า เริ่มสร้างปัญหาให้ผมเเล้ว

ก่อนหน้านี้ผมไม่มีอาการปวดเข่า ยังคงนั่งยองๆได้เหมือนปกติ
จนเมื่อาทิตย์ที่เเล้ว ผมได้ไปศึกษา อาการผมร่วงมาผิดปกติ
ซึ่งผมคิดว่ามันน่าจะเกิดจากการขาดสารอาหารหมู่ โปรตีน ผมจึงเริ่มหันมากินถั่ว
เพื่อสารอาหาร หมู่โปรตีน  แทน การกิน เนื้อสัตว์
จากนั้นมาเข่า ผมเริ่มเจ็บ นั่งยองๆไม่ได้ จะปวดมาก
ผมร่วงของเริ่มลดน้อยลง  เเต่ สิ่งที่เพิ่มเติมมาคือปวดเข่า
ผมไม่รู้ว่ามันเกี่ยวโยงกันหรือเปล่า การกินถั่วกับการปวดเข่า  แต่จะทำมันให้เป็นวิทยาสาตร์
ด้ายการทดลองหยุดกินถั่ว เพื่อดูว่าเข่าผมจะหายปวดมั๊ย
ผมกินถั่ววันละถุง ซึ่งมันก็ไม่น่าจะมากจนมีผลทำให้ผมปวดเข่า
หรื่อผมจะนั่งนาน ไป ต้องลองเป็นอย่างๆไป เริ่มที่  หยุดกินถั่ว หรือกินให้น้อยลง

Thursday, 11 June 2015

ปวดหลัง ลาม ไปเข่า

เมื่อผมนั่งนานๆ จะมีอาการปวดหลังลามไปที่เข่าเวลาเดินจึงต้องกระเพลกซักพัก เริ่มเป็นเมื่อ อาทิตย์ที่เเล้ว ..5./6/58  เเนวโน้มอาการจะหนักขึ้นนะ
ผมจะต้องหาสาเหตุมันก่อน
ผมไปค้นเจอบทความนี้เข้าครับอาการ  คลา้ยๆกัน  น่าจะมาจากสาเหตุเดียวกัน ปวดหลังลามไปที่ขา 
ผมจึงก๊อบมาเพื่อให้อ่านกันครับ

วันที่ 02 ตุลาคม 2012 เวลา 13:09 น. #1
เมื่อวันที่ 29 ผมนั่งรถไปกับเพื่อน ซึ่งพื้นที่จำกัดทำให้ต้องนั่งเบียดกัน ตอนนั่งทีแรก จะมีอาการปวด แปลบ ที่บริเวณสะโพกหลัง ด้านขวา แล้วก็หายไป
รุ่งขี้นอีกวันมีอาการปวดหลัง ด้านขวา แล้วอาการปวดก็ลามมาที่ขาขวา บริเวณกล้ามเนื้อเหนือหัวเข่าด้านใน เป็นการปวด ร้อน เดินได้ปกติ ไม่ทำให้การปวดเพิ่ม
ผมควรจะไป รพ. หรือไม่
ขอบคุณครับ
วันที่ 03 ตุลาคม 2012 เวลา 16:20 น. #2
ฟังอาการคุณ Wee_21 มีอาการปวดกล้ามเนื้อสะโพกหลังขวาก่อน เมื่อหายไป มีการปวดหลังข้างขวาและกล้ามเนื้อเหนือหัวเข่าด้านใน แต่การเดินเป็นปกติไม่ปวดเพิ่มเติม
อาการปวดสะโพก ตอนแรกน่าจะเกิดจากการนั่งเบียดกันทำให้พื้นที่บริเวณก้นที่รับน้ำหนักแคบลง ส่งผลให้มีแรงกดไปที่สะโพกบางตำแหน่งมากขึ้น โดยเฉพาะถ้าต้องนั่งรถนานๆ อาการปวดนี้พบได้ในคนที่อยู่ในอิริยาบถนั่งนานๆในพื้นที่แคบ ไม่น่ากังวลครับ
อาการวันต่อมาเรื่องปวดหลังข้างขวา ลามมาที่ขาขวา กล้ามเนื้อเหนือหัวเข่าด้านใน ขออธิบายตามนี้ครับโดยปกตินั่งรถทางไกลเบียดกัน ถ้าถนนขรุขระทำให้รถสั่นมาก ปวดหลังได้ครับ แต่อาการปวดลามมาที่ขาขวา น่ากังวลที่อาการคล้ายกรณีอาการเส้นประสาทถูกกดทับ แต่อย่างไรก็ตาม การที่รถสั่นมากจะทำให้กล้ามเนื้อหลังเกร็งมากได้อยู่ 2-3 วัน อาการลักษณะเส้นประสาทถูกกดทับอาจเกิดขึ้นได้ แต่เมื่อกล้ามเนื้อหลังหายเกร็ง อาการน่าจะดีขึ้นจนหายเองได้ครับ
ผมขอแนะนำว่าถ้าอาการปวดหลังด้านขวา ลามมาที่ขาขวาเหนือหัวเข่าด้านใน ค่อยๆดีขึ้นก็ดูอาการไปก่อนได้

  ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก http://haamor.com/webboard/%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%82%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B9%84%E0%B8%9B/1408/

Wednesday, 10 June 2015

แก้ปวดหลังตามวิธีทางของผม

หลังจากที่พยามยาม ไปหาหมอ เพื่อ จะให้ ไอหมอเหี้ย มันรักษา ให้หายที่ ความเจ็บปวด มันทรมานผม เเละ มันทำลาย วิถีชีวิต จนพังไม่มีชิ้นดี
คนปวดหลังมันทำงานหนักไม่ได้ เราไปหาหมอเหี้ยเพื่อให้มันรักษา  แต่ สิ่งที่ผมได้ คือ  พารา ยานวด ชนิดร้อน  เเละ ยา  คลายกล้ามเนื้อ   พวกมึง  เรียนกัน6-7 ปีเพื่อจะจบออกมา  จ่ายยาพวกนี้ให้กูเหรอ  ถุย
ผมไปหาหมอหลายครั้ง  บอกให้ผม ออกกำลังกาย   แต่  ผมถามหมอ  หน่อย  ตอนนี้ ผมเหนื่อยง่าย พอเหนื่อย เเขนขา  จะพา  กันอ่อนเเรง จะให้ผมออกกำลังอย่างไร
เมื่อหมอไมรักษาให้ผม  ผม ก้อ หันมา  รักษาตัวเอง ช่วยไม่ได้  เรามันจน  ไม่มีเงิน  ไปทุ่มให้มันมาสนใจที่จะรักษาเรา เราก็ต้องรักษาตัวเอง ตนเเลเ็ปนที่พึ่งเห่งตน
ผมลองอยู่หลายวิธี จนมาเห็นผล อยู่สองสามวืธี
1.การยกแขนข้างซ้ายไปเเตะไหล่ข้างขวา เเละการยกเเขนขวาไปแตะใหล่ซ้าย
2.เอามืเท้าที่หน้าต่าง ถอยหลัง  แล้ว ทำเหมือนท่าวิดพื้น วิธีนี้ทำให้หลังผมค่อยยังชั่วขึ้นมาบ้าง ไม่ปวดเหมือนเเต่ก่อน
9.30 น ผมรู้สึกนั่งนาน ๆ  ทำให้ปวดหลัง   และเวลาลูกขึ้น  จะปวดเข่ามากๆด้วย   ผมจึงคิดว่าการนั้่งอยู่กับที่นานๆ  จะมีผลให้ผมปวดเข่าปวดหลังมันเกี่ยวกันอย่างไงวะ  เดี๋ยวหาข้อมูลก่อน
10.08  ไดข้อมูลมาละจากที่นี่เลย  http://www.ams.cmu.ac.th/amscsc/article/article9.html
ผมก็อบเขามมาให้อ่านกันครับ
ปัจจุบัน โรคปวดหลังพบได้บ่อยในหมู่ ผู้ที่มีอาชีพนั่งทำงานเป็นเวลานาน ตั้งแต่วัยรุ่น วัยทำงาน จนถึงวัยสูงอายุ สาเหตุของโรคปวดหลังในกลุ่มนี้ ส่วนใหญ่เกิดจากพฤติกรรมการนั่งนานๆ หรือนั่งผิดท่าเช่น นั่งหลังโก่ง นั่งบิดๆ เนื่องจากการนั่งเป็นการเพิ่มแรงกดดันต่อกระดูกหลังมากที่สุด โดยเฉพาะนั่งนานๆ และโค้งงอผิดท่า บวกกับความตึงเครียดซึ่งจะทำให้กล้ามเนื้อบริเวณหลังเกิดการเกร็งจะยิ่งส่งผลให้ปวดหลังมากยิ่งขึ้น ดังนั้นถ้าบุคคลทั่วไปได้ทราบถึงสาเหตุของปัญหา และวิธีการปฏิบัติตัวที่เหมาะสม จะทำให้อัตราการปวดหลังลดลง เพราะฉะนั้นคลินิกกายภาพบำบัดและธาราบำบัดได้นำเสนอวิธีการปฏิบัติตัวและการออกกำลังกายเบื้องต้นให้ท่านผู้ท่านได้ลองปฏิบัติครับ


กลุ่มอาการที่เกี่ยวข้องกับอาการปวดหลัง
       • หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท (herniated disc)
       • กระดูกหลังหัก (compression fracture)
       • กระดูกสันหลังเคลื่อน (Spondylolithesis )
       • ไขสันหลังตีบ (spinal stenosis )
       • กระดูกสันหลังคด (Scoliosis)
       • กระดูกสันหลังเสื่อม (spondylosis)
สาเหตุของอาการปวดหลังจากท่าทางที่ไม่เหมาะสม
   1. ท่ายืน
       • อ้วนมากไปหรือมีหลังแอ่น
       • ใส่รองเท้าส้นสูงๆ กระดูกเชิงกรานจะบิดไป ทำให้เพิ่มส่วนโค้งแก่กระดูกสันหลังส่วนเอว มีแรงเครียดต่อหลัง
       • กระดูกสันหลังคด แรงหดตัวของกล้ามเนื้อหลัง ไม่สมดุลกัน
   2. ท่านั่ง
       • นั่งทำงานในท่าที่หลังงอ ไหล่ห่อ เพราะโต๊ะทำงานเตี้ยเกินไปหรืออยู่ห่างจากตัวมากไป
       • นั่งเก้าอี้ที่มีความนุ่มมากไปทำให้ตัวงอ หลังโค้ง
       • การนั่งกับพื้นในท่านั่งพับเพียบ ลำตัวเอียงไม่เท่ากัน นั่งนานๆ ทำให้ปวดหลังและปวดเข่าได้ง่าย
   3. ท่านอน
       การนอนในที่นอนที่นุ่มมาก ๆ หรือแข็งมากๆ จะทำให้หลังโค้ง งอ เอียง ได้

บทความ สาระน่ารู้ : มารู้จักกับปัญหา "ปวดหลัง" ปวดหลัง อาการปวดหลัง โรคปวดหลัง วิธีรักษา เชียงใหม่ กายภาพบำบัด รักษาอาการปวดหลัง คลินิกกายภาพบำบัด เชียงใหม่ (ปวดหลัง ปวดเอว ปวด ข้อเข่า เสื่อม ฟื้นฟู)
ภาพแสดงท่าทางในการยกของที่เหมาะสม
 
 
บทความ สาระน่ารู้ : มารู้จักกับปัญหา "ปวดหลัง" ปวดหลัง อาการปวดหลัง โรคปวดหลัง วิธีรักษา เชียงใหม่ กายภาพบำบัด รักษาอาการปวดหลัง คลินิกกายภาพบำบัด เชียงใหม่ (ปวดหลัง ปวดเอว ปวด ข้อเข่า เสื่อม ฟื้นฟู)
ภาพแสดงท่าทางในการทำงานที่เหมาะสม 
 
 
บทความ สาระน่ารู้ : มารู้จักกับปัญหา "ปวดหลัง" ปวดหลัง อาการปวดหลัง โรคปวดหลัง วิธีรักษา เชียงใหม่ กายภาพบำบัด รักษาอาการปวดหลัง คลินิกกายภาพบำบัด เชียงใหม่ (ปวดหลัง ปวดเอว ปวด ข้อเข่า เสื่อม ฟื้นฟู)


การบริหารร่างกายสำหรับอาการปวดหลัง
1. เพิ่มความยืดหยุ่นและทำให้กระดูกสันหลังและข้อต่อมีความคล่องตัว
2. การบริหารควรเริ่มจากท่าทางง่ายๆ และทำได้โดยไม่เหนื่อยมาก ไม่เกิดอาการปวดมากขึ้นเมื่อร่างกายมีความพร้อมมากขึ้น จึงค่อยเพิ่ม ท่าบริหารในท่าที่ยากขึ้นหรือให้จำนวนครั้งมากขึ้น
3. เริ่มจากจำนวนครั้งน้อย เช่น ท่าละ 5 – 10 ครั้งและเพิ่มเป็น 15 - 20 ครั้ง/วัน


บทความ สาระน่ารู้ : มารู้จักกับปัญหา "ปวดหลัง" ปวดหลัง อาการปวดหลัง โรคปวดหลัง วิธีรักษา เชียงใหม่ กายภาพบำบัด รักษาอาการปวดหลัง คลินิกกายภาพบำบัด เชียงใหม่ (ปวดหลัง ปวดเอว ปวด ข้อเข่า เสื่อม ฟื้นฟู)
ท่าตั้งคลาน โย้ตัวไปนั่งบริเวณส้นเท้า ทำ 20 รอบ
 
 
บทความ สาระน่ารู้ : มารู้จักกับปัญหา "ปวดหลัง" ปวดหลัง อาการปวดหลัง โรคปวดหลัง วิธีรักษา เชียงใหม่ กายภาพบำบัด รักษาอาการปวดหลัง คลินิกกายภาพบำบัด เชียงใหม่ (ปวดหลัง ปวดเอว ปวด ข้อเข่า เสื่อม ฟื้นฟู)
กอดเข่าชิดอก ค้างไว้ 15 วินาที ทำ 5 รอบ
 
 
บทความ สาระน่ารู้ : มารู้จักกับปัญหา "ปวดหลัง" ปวดหลัง อาการปวดหลัง โรคปวดหลัง วิธีรักษา เชียงใหม่ กายภาพบำบัด รักษาอาการปวดหลัง คลินิกกายภาพบำบัด เชียงใหม่ (ปวดหลัง ปวดเอว ปวด ข้อเข่า เสื่อม ฟื้นฟู) 
เท้าเหยียบเตียงหรือเก้าอี้ ดันสะโพกไปด้านหน้า
ค้างไว้ 15 วินาที ทำด้านละ 5 รอบ
 
 
บทความ สาระน่ารู้ : มารู้จักกับปัญหา "ปวดหลัง" ปวดหลัง อาการปวดหลัง โรคปวดหลัง วิธีรักษา เชียงใหม่ กายภาพบำบัด รักษาอาการปวดหลัง คลินิกกายภาพบำบัด เชียงใหม่ (ปวดหลัง ปวดเอว ปวด ข้อเข่า เสื่อม ฟื้นฟู) 
ใช้มือท้าวเอว เอียงตัวด้านตรงข้าม ค้างไว้ 15 วินาที
ทำด้านละ 5 รอบ
ขอบคุณข้อมูลจาก  http://www.ams.cmu.ac.th/amscsc/article/article9.html