หลังจากที่พยามยาม ไปหาหมอ เพื่อ จะให้ ไอหมอเหี้ย มันรักษา ให้หายที่ ความเจ็บปวด มันทรมานผม เเละ มันทำลาย วิถีชีวิต จนพังไม่มีชิ้นดี
คนปวดหลังมันทำงานหนักไม่ได้ เราไปหาหมอเหี้ยเพื่อให้มันรักษา แต่ สิ่งที่ผมได้ คือ พารา ยานวด ชนิดร้อน เเละ ยา คลายกล้ามเนื้อ พวกมึง เรียนกัน6-7 ปีเพื่อจะจบออกมา จ่ายยาพวกนี้ให้กูเหรอ ถุย
ผมไปหาหมอหลายครั้ง บอกให้ผม ออกกำลังกาย แต่ ผมถามหมอ หน่อย ตอนนี้ ผมเหนื่อยง่าย พอเหนื่อย เเขนขา จะพา กันอ่อนเเรง จะให้ผมออกกำลังอย่างไร
เมื่อหมอไมรักษาให้ผม ผม ก้อ หันมา รักษาตัวเอง ช่วยไม่ได้ เรามันจน ไม่มีเงิน ไปทุ่มให้มันมาสนใจที่จะรักษาเรา เราก็ต้องรักษาตัวเอง ตนเเลเ็ปนที่พึ่งเห่งตน
ผมลองอยู่หลายวิธี จนมาเห็นผล อยู่สองสามวืธี
1.การยกแขนข้างซ้ายไปเเตะไหล่ข้างขวา เเละการยกเเขนขวาไปแตะใหล่ซ้าย
2.เอามืเท้าที่หน้าต่าง ถอยหลัง แล้ว ทำเหมือนท่าวิดพื้น วิธีนี้ทำให้หลังผมค่อยยังชั่วขึ้นมาบ้าง ไม่ปวดเหมือนเเต่ก่อน
9.30 น ผมรู้สึกนั่งนาน ๆ ทำให้ปวดหลัง และเวลาลูกขึ้น จะปวดเข่ามากๆด้วย ผมจึงคิดว่าการนั้่งอยู่กับที่นานๆ จะมีผลให้ผมปวดเข่าปวดหลังมันเกี่ยวกันอย่างไงวะ เดี๋ยวหาข้อมูลก่อน
10.08 ไดข้อมูลมาละจากที่นี่เลย http://www.ams.cmu.ac.th/amscsc/article/article9.html
ผมก็อบเขามมาให้อ่านกันครับ
คนปวดหลังมันทำงานหนักไม่ได้ เราไปหาหมอเหี้ยเพื่อให้มันรักษา แต่ สิ่งที่ผมได้ คือ พารา ยานวด ชนิดร้อน เเละ ยา คลายกล้ามเนื้อ พวกมึง เรียนกัน6-7 ปีเพื่อจะจบออกมา จ่ายยาพวกนี้ให้กูเหรอ ถุย
ผมไปหาหมอหลายครั้ง บอกให้ผม ออกกำลังกาย แต่ ผมถามหมอ หน่อย ตอนนี้ ผมเหนื่อยง่าย พอเหนื่อย เเขนขา จะพา กันอ่อนเเรง จะให้ผมออกกำลังอย่างไร
เมื่อหมอไมรักษาให้ผม ผม ก้อ หันมา รักษาตัวเอง ช่วยไม่ได้ เรามันจน ไม่มีเงิน ไปทุ่มให้มันมาสนใจที่จะรักษาเรา เราก็ต้องรักษาตัวเอง ตนเเลเ็ปนที่พึ่งเห่งตน
ผมลองอยู่หลายวิธี จนมาเห็นผล อยู่สองสามวืธี
1.การยกแขนข้างซ้ายไปเเตะไหล่ข้างขวา เเละการยกเเขนขวาไปแตะใหล่ซ้าย
2.เอามืเท้าที่หน้าต่าง ถอยหลัง แล้ว ทำเหมือนท่าวิดพื้น วิธีนี้ทำให้หลังผมค่อยยังชั่วขึ้นมาบ้าง ไม่ปวดเหมือนเเต่ก่อน
9.30 น ผมรู้สึกนั่งนาน ๆ ทำให้ปวดหลัง และเวลาลูกขึ้น จะปวดเข่ามากๆด้วย ผมจึงคิดว่าการนั้่งอยู่กับที่นานๆ จะมีผลให้ผมปวดเข่าปวดหลังมันเกี่ยวกันอย่างไงวะ เดี๋ยวหาข้อมูลก่อน
10.08 ไดข้อมูลมาละจากที่นี่เลย http://www.ams.cmu.ac.th/amscsc/article/article9.html
ผมก็อบเขามมาให้อ่านกันครับ
| ปัจจุบัน โรคปวดหลังพบได้บ่อยในหมู่ ผู้ที่มีอาชีพนั่งทำงานเป็นเวลานาน ตั้งแต่วัยรุ่น วัยทำงาน จนถึงวัยสูงอายุ สาเหตุของโรคปวดหลังในกลุ่มนี้ ส่วนใหญ่เกิดจากพฤติกรรมการนั่งนานๆ หรือนั่งผิดท่าเช่น นั่งหลังโก่ง นั่งบิดๆ เนื่องจากการนั่งเป็นการเพิ่มแรงกดดันต่อกระดูกหลังมากที่สุด โดยเฉพาะนั่งนานๆ และโค้งงอผิดท่า บวกกับความตึงเครียดซึ่งจะทำให้กล้ามเนื้อบริเวณหลังเกิดการเกร็งจะยิ่งส่งผลให้ปวดหลังมากยิ่งขึ้น ดังนั้นถ้าบุคคลทั่วไปได้ทราบถึงสาเหตุของปัญหา และวิธีการปฏิบัติตัวที่เหมาะสม จะทำให้อัตราการปวดหลังลดลง เพราะฉะนั้นคลินิกกายภาพบำบัดและธาราบำบัดได้นำเสนอวิธีการปฏิบัติตัวและการออกกำลังกายเบื้องต้นให้ท่านผู้ท่านได้ลองปฏิบัติครับ กลุ่มอาการที่เกี่ยวข้องกับอาการปวดหลัง • หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท (herniated disc) • กระดูกหลังหัก (compression fracture) • กระดูกสันหลังเคลื่อน (Spondylolithesis ) • ไขสันหลังตีบ (spinal stenosis ) • กระดูกสันหลังคด (Scoliosis) • กระดูกสันหลังเสื่อม (spondylosis) สาเหตุของอาการปวดหลังจากท่าทางที่ไม่เหมาะสม 1. ท่ายืน • อ้วนมากไปหรือมีหลังแอ่น • ใส่รองเท้าส้นสูงๆ กระดูกเชิงกรานจะบิดไป ทำให้เพิ่มส่วนโค้งแก่กระดูกสันหลังส่วนเอว มีแรงเครียดต่อหลัง • กระดูกสันหลังคด แรงหดตัวของกล้ามเนื้อหลัง ไม่สมดุลกัน 2. ท่านั่ง • นั่งทำงานในท่าที่หลังงอ ไหล่ห่อ เพราะโต๊ะทำงานเตี้ยเกินไปหรืออยู่ห่างจากตัวมากไป • นั่งเก้าอี้ที่มีความนุ่มมากไปทำให้ตัวงอ หลังโค้ง • การนั่งกับพื้นในท่านั่งพับเพียบ ลำตัวเอียงไม่เท่ากัน นั่งนานๆ ทำให้ปวดหลังและปวดเข่าได้ง่าย 3. ท่านอน การนอนในที่นอนที่นุ่มมาก ๆ หรือแข็งมากๆ จะทำให้หลังโค้ง งอ เอียง ได้ |
| ภาพแสดงท่าทางในการยกของที่เหมาะสม | ||||||||||||||
| ภาพแสดงท่าทางในการทำงานที่เหมาะสม | ||||||||||||||
การบริหารร่างกายสำหรับอาการปวดหลัง 1. เพิ่มความยืดหยุ่นและทำให้กระดูกสันหลังและข้อต่อมีความคล่องตัว 2. การบริหารควรเริ่มจากท่าทางง่ายๆ และทำได้โดยไม่เหนื่อยมาก ไม่เกิดอาการปวดมากขึ้นเมื่อร่างกายมีความพร้อมมากขึ้น จึงค่อยเพิ่ม ท่าบริหารในท่าที่ยากขึ้นหรือให้จำนวนครั้งมากขึ้น 3. เริ่มจากจำนวนครั้งน้อย เช่น ท่าละ 5 – 10 ครั้งและเพิ่มเป็น 15 - 20 ครั้ง/วัน
|
No comments:
Post a Comment